ลูกจ้างประจำ…ก็มีบำเหน็จตกทอด

ลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการและรับบำเหน็จรายเดือน หรือลูกจ้างประจำที่ได้รับอันตรายหรือ ป่วยเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และรับบำเหน็จพิเศษ รายเดือน ต่อมาถึงแก่ความตาย “ทายาท” จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับ “บำเหน็จตกทอด” เป็นจำนวน 15 เท่า ของบำเหน็จรายเดือน หรือบำเหน็จพิเศษรายเดือน ซึ่งระเบียบ กค. ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2554 ได้กำหนดการแบ่งส่วนบำเหน็จตกทอดให้แก่ทายาท ดังนี้

ทายาท ส่วน
1.บิดามารดา 1
2.คู่สมรส 1
3.บุตร 2 (ถ้า 3 คนขึ้นไปได้ 3 ส่วน)

กรณีที่ไม่มีทายาทในข้อใด หรือทายาทนั้นได้ตายไปก่อน ให้แบ่งเงินดังกล่าวระหว่างทายาทผู้มีสิทธิในข้อที่เหลืออยู่

กรณีที่ไม่มีทายาททั้ง 3 ข้อ ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด ทั้งนี้ให้ผู้รับบำเหน็จรายเดือนหรือบำเหน็จพิเศษรายเดือน จัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด ตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด

กรณีที่ไม่มีทายาทและบุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ให้สิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นอันยุติลง

หากปรากฏภายหลังว่ามีบุตรซึ่งได้มีคำพิพากษาของศาลว่า เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ซึ่งได้มีการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรก่อนหรือภายใน 1 ปี นับแต่วันที่บิดาตายหรือนับแต่วันที่ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของบิดา ให้แบ่งบำเหน็จตกทอดนั้นใหม่ระหว่างทายาทผู้มีสิทธิ (มีสิทธิตั้งแต่วันตายของลูกจ้างผู้ได้รับบำเหน็จรายเดือนหรือบำเหน็จพิเศษรายเดือน)

ทายาทผู้มิสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด

  • บิดา ที่ชอบด้วยกฎหมาย คือ
    • จดทะเบียนสมรสกับมารดา (ก่อน/หลัง)
    • จดทะเบียนรับรองบุตร
    • มีคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลให้เป็นบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • มารดา มีสิทธิเสมอไม่ว่าจะจดทะเบียนกับบิดาหรือไม่
  • คู่สมรส ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. เท่านั้น
  • บุตร ที่ชอบด้วยกฎหมาย คือ
    • บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน (ก่อน/หลัง)
    •  บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร
    • มีคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลให้เป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ภายใน ๑ ปี)
  • บุตรบุญธรรม ผู้ตายจดทะเบียนรับรอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *